<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ตั้งราคาคอนโด &#8211; aroundliving</title>
	<atom:link href="https://aroundliving.com/tag/%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%94/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://aroundliving.com</link>
	<description>เว็บไซต์อสังหาฯ ลงทุนอสังหาฯ ข่าวอสังหาฯ คอนโดใหม่ คอนโดติดแนวรถไฟฟ้า Future Living Revolution</description>
	<lastBuildDate>Wed, 16 Feb 2022 14:31:58 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://aroundliving.com/wp-content/uploads/2018/07/cropped-Logo-Around-Living-white-32x32.png</url>
	<title>ตั้งราคาคอนโด &#8211; aroundliving</title>
	<link>https://aroundliving.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ตั้งราคาเช่าคอนโด ยังไงดี</title>
		<link>https://aroundliving.com/property/property-investment/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94-%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%87/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[AroundLiving]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Feb 2022 14:31:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Property Investment]]></category>
		<category><![CDATA[ตั้งราคาคอนโด]]></category>
		<category><![CDATA[ตั้งราคาเช่าคอนโด]]></category>
		<category><![CDATA[ปล่อยเช่าคอนโด]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุนคอนโด]]></category>
		<category><![CDATA[เช่าคอนโด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://aroundliving.com/?p=2848</guid>

					<description><![CDATA[การลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์เป็นสิ่งที่นักลงทุนต่างให้ความสนใจกันมากขึ้น ในช่วงที่คอนโดมิเนียมเปิดตัวกันอย่างมากมาย ทั้งแบรนด์ผู้ผลิตอสังหาริมทรัพย์อันดับต้นของประเทศหรือแบรนด์ที่กำลังอยู่ในช่วงก้าวกระโดดขึ้นมา ซึ่งเป็นทางเลือกให้นักลงทุนได้มีการลงทุนที่หลากหลาย โอกาสในการสร้างกำไรที่กระจายตัวออกไป ฉะนั้นในเรื่องของการตั้งราคาเช่าเพื่อให้คุ้มค่ากับต้นทุนจึงต้องมีหลักเกณฑ์ในการวางแผนเพื่อให้สมเหตุสมผลและเป็นราคาที่ดึงดูดใจผู้เช่าและเป็นไปตามความเหมาะสมเพื่อให้คุณได้เป็นนักลงทุนมือทอง การปล่อยเช่าคอนโดมิเนียม เรื่องของราคาถือเป็นหัวใจสำคัญอีกหนึ่งอย่างเช่นกัน เพราะราคาจะเป็นหนึ่งในการตัดสินใจของผู้เช่า ฉะนั้นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่จะปล่อยเช่าคอนโดมิเนียม ควรเริ่มศึกษาและทำความเข้าใจเรื่องของการตั้งราคาเสียก่อน หลักเกณฑ์ในการตั้งราคาอย่างง่าย สามารถอิงได้จากราคาซื้อของคอนโดมิเนียม พื้นที่ห้องชุด ทำเลที่ตั้งว่าอยู่ในทำเลที่บวกกำไรได้มากเท่าไหร่ ต้นทุนการตกแต่งเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งการศึกษาราคาปล่อยเช่าของห้องอื่นในโครงการเดียวกัน วิธีเหล่านี้เป็นวิธีการคำนวณคิดง่ายๆ ในการตั้งราคาเบื้องต้น แต่สำหรับนักลงทุนที่มุ่งหวังกำไรและการต่อยอด การตั้งราคาเช่าอาจจะมีหลักการและวิธีการคำนวณที่ค่อนข้างซับซ้อน เพื่อให้สามารถคำนวณผลกำไร คำนวณเงินต้นทุนได้อย่างชัดเจน การลงทุนก็จะได้รับผลกำไรที่สูงขึ้น พร้อมทั้งยังสามารถทราบได้ง่าย การปล่อยเช่านั้น ๆ ได้กำไรหรือขาดทุนอยู่ เบื้องต้นกับการกำหนดราคาเช่า ให้เรากำหนดราคาที่ต้องการไว้ใจในก่อน แต่การกำหนดอยู่บนความจริงที่เป็นไปได้ แล้วนำราคาที่ต้องการ เปรียบเทียบกับราคาเช่าห้องชุดภายในโครงการเดียวกัน  ว่าสูงหรือต่ำเกินไปหรือไม่อย่างไร โดยปกติการเปรียบเทียบราคาจะให้เปรียบเทียบเพียงเพื่อให้อยู่ในช่วงราคาที่ใกล้เคียงกัน แต่การตกแต่งและพื้นที่ห้องที่ต่างกันออกไป จะมีผลทำให้ราคาต่างกันไปเช่นกัน หลังจากเปรียบเทียบแล้ว ลองกำหนดราคาอีกครั้ง หรือหากราคาที่กำหนดในใจครั้งแรอยู่ในช่วงที่พอเหมาะ ก็ใช้ราคาเดิมได้ ในการนำมาคำนวณในสูตร เพื่อคำนวณรายได้และกำไรในการลงทุนต่อไป สมมติให้กำหนดราคาเช่าไว้ในใจที่ 22,000 บาท ราคาตนทุนซื้ออยู่ที่ 3.9 ล้าน สำหรับหนึ่งห้องนอน พื้นที่ 30 ตารางเมตร อยู่ที่ชั้น 14 [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การลงทุนกับ<a href="https://mbdirectory.co/real-estate/">อสังหาริมทรัพย์</a>เป็นสิ่งที่นักลงทุนต่างให้ความสนใจกันมากขึ้น ในช่วงที่คอนโดมิเนียมเปิดตัวกันอย่างมากมาย ทั้งแบรนด์ผู้ผลิตอสังหาริมทรัพย์อันดับต้นของประเทศหรือแบรนด์ที่กำลังอยู่ในช่วงก้าวกระโดดขึ้นมา ซึ่งเป็นทางเลือกให้นักลงทุนได้มีการลงทุนที่หลากหลาย โอกาสในการสร้างกำไรที่กระจายตัวออกไป ฉะนั้นในเรื่องของการตั้งราคาเช่าเพื่อให้คุ้มค่ากับต้นทุนจึงต้องมีหลักเกณฑ์ในการวางแผนเพื่อให้สมเหตุสมผลและเป็นราคาที่ดึงดูดใจผู้เช่าและเป็นไปตามความเหมาะสมเพื่อให้คุณได้เป็นนักลงทุนมือทอง</p>
<p>การปล่อยเช่าคอนโดมิเนียม เรื่องของราคาถือเป็นหัวใจสำคัญอีกหนึ่งอย่างเช่นกัน เพราะราคาจะเป็นหนึ่งในการตัดสินใจของผู้เช่า ฉะนั้นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่จะปล่อยเช่าคอนโดมิเนียม ควรเริ่มศึกษาและทำความเข้าใจเรื่องของการตั้งราคาเสียก่อน หลักเกณฑ์ในการตั้งราคาอย่างง่าย สามารถอิงได้จากราคาซื้อของคอนโดมิเนียม พื้นที่ห้องชุด ทำเลที่ตั้งว่าอยู่ในทำเลที่บวกกำไรได้มากเท่าไหร่ ต้นทุนการตกแต่งเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งการศึกษาราคาปล่อยเช่าของห้องอื่นในโครงการเดียวกัน วิธีเหล่านี้เป็นวิธีการคำนวณคิดง่ายๆ ในการตั้งราคาเบื้องต้น</p>
<p>แต่สำหรับนักลงทุนที่มุ่งหวังกำไรและการต่อยอด การตั้งราคาเช่าอาจจะมีหลักการและวิธีการคำนวณที่ค่อนข้างซับซ้อน เพื่อให้สามารถคำนวณผลกำไร คำนวณเงินต้นทุนได้อย่างชัดเจน การลงทุนก็จะได้รับผลกำไรที่สูงขึ้น พร้อมทั้งยังสามารถทราบได้ง่าย การปล่อยเช่านั้น ๆ ได้กำไรหรือขาดทุนอยู่</p>
<p>เบื้องต้นกับการกำหนดราคาเช่า ให้เรากำหนดราคาที่ต้องการไว้ใจในก่อน แต่การกำหนดอยู่บนความจริงที่เป็นไปได้ แล้วนำราคาที่ต้องการ เปรียบเทียบกับราคาเช่าห้องชุดภายในโครงการเดียวกัน  ว่าสูงหรือต่ำเกินไปหรือไม่อย่างไร โดยปกติการเปรียบเทียบราคาจะให้เปรียบเทียบเพียงเพื่อให้อยู่ในช่วงราคาที่ใกล้เคียงกัน แต่การตกแต่งและพื้นที่ห้องที่ต่างกันออกไป จะมีผลทำให้ราคาต่างกันไปเช่นกัน หลังจากเปรียบเทียบแล้ว ลองกำหนดราคาอีกครั้ง หรือหากราคาที่กำหนดในใจครั้งแรอยู่ในช่วงที่พอเหมาะ ก็ใช้ราคาเดิมได้ ในการนำมาคำนวณในสูตร เพื่อคำนวณรายได้และกำไรในการลงทุนต่อไป</p>
<p>สมมติให้กำหนดราคาเช่าไว้ในใจที่ 22,000 บาท ราคาตนทุนซื้ออยู่ที่ 3.9 ล้าน สำหรับหนึ่งห้องนอน พื้นที่ 30 ตารางเมตร อยู่ที่ชั้น 14 ทำเลที่ตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า 500 เมตร ตกแต่งครบ ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าและเฟอร์นิเจอร์ เมื่อเปรียบกับราคาปล่อยเช่าของห้องอื่นแล้ว ปรากฏว่าอยู่ในช่วงราคาที่เหมาะสม ห้องอื่นในโครงการมีการปล่อยเช่าราคาใกล้เคียงกัน จากนั้นจึงนำราคาที่เรากำหนดไว้มาคำนวณผ่านสูตร Rental Yield โดยการนำราคาเช่าที่ตั้งไว้คำนวณเงินได้ตลอดระยะเวลาสัญญา 12 เดือน คูณด้วย 100 และหารด้วยราคาของคอนโดมิเนียม เช่น <strong>22</strong><strong>,000 x 12 เดือน x 100 / 3,900,0000</strong> = 6.76ซึ่งหมายถึงว่าคุณได้ผลตอบแทนต่อปีเท่ากับ 6.76% มีรายได้ในการเช่าอยู่ที่ 264,000 บาท แต่การคำนวณดังกล่าวจะไม่ได้อิงในเรื่องของต้นทุนอื่น ๆ ทั้งค่าส่วนกลาง ต้นทุนการตกแต่ง และดอกเบี้ยในการผ่อนชำระ ถ้าหากลงทุนด้วยสินเชื่อธนาคาร</p>
<p>แต่ถ้าหากต้องการคำนวณและตั้งราคาแบบที่คิดต้นทุนทุกอย่างเพื่อให้ได้กำไรสุทธิที่ชัดเจน คำนวณได้จากการนำรายได้ค่าเช่าตลอดสัญญา 12 เดือน หักค่าส่วนกลาง หักยอดการผ่อนชำระทั้งปี คูณ ด้วย 100 และหารด้วยค่าใช้จ่ายทั้งหมด ตั้งแต่เงินดาวน์ ค่าตกแต่งรวมเฟอร์นิเจอร์ ค่าธรรมเนียมต่างๆ  สมมติให้ ค่าส่วนกลางตารางเมตรละ 35 บาท เท่ากับ 30 ตรม. X 35 บาท X 12 เดือน = 12,600 บาท ยอดผ่อนอยู่ที่ 15,000 ต่อเดือน เท่ากับ 15,000 x 12 = 180,000 บาท และในส่วนของเงินดาวน์ 50,000 บาท ค่าออกแบบตกแต่งทั้งสิ้น 500,000 บาท ค่าธรรมเนียมการจดจำนอง (1% จากราคาหน้าสัญญา) เท่ากับ 3,900,000 x ร้อยละ 1 = 39,000 บาท จะคำนวณได้ดังนี้</p>
<p><strong>(264,000 &#8211; 12,600) &#8211; 180,000 x 100 / (50,000 + 500,000 + 39,000) = 1.21 %</strong></p>
<p><strong>          </strong>เท่ากับว่าเมื่อคำนวณด้วยค่าใช้จ่ายและรายได้ทั้งหมดจะผลตอบแทนต่อปี 1.21% อาจจะเป็นตัวเลขที่ดูน้อย แต่เมื่อนับเป็นรายปี ยังถือว่าเป็นผลตอบแทนที่ยังมีกำไร ไม่ติดลบ ด้วยเพราะการลงทุนทางอสังหาริมทรัพย์ เงินลงทุนต้องเป็นเงินที่สามารถรอผลกำไรได้นาน หรือที่มักเรียกกันว่าเงินเย็น เป็นการลงทุนระยะยาว อาจจะต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะได้เงินลงทุนคืนแบบเต็มจำนวนพร้อมผลกำไร</p>
<p>สูตรการคำนวณดังกล่าวเป็นการคำนวณเพื่อให้สามารถตั้งราคาได้เหมาะสม เมื่อนำราคาที่กำหนดไว้ในใจ เทียบกับช่วงราคากลาง เทียบคำนวณสูตรแล้วคุ้มค่า แต่ยังสามารถปรับเพิ่มหรือลดราคาเช่าได้ แต่ไม่สูงหรือต่ำจนเกินไป หากราคาเช่าที่คุณกำหนดไว้ ยังต่ำเกินจนไม่ยังไม่ได้ผลตอบแทนที่เป็นกำไร หากจะปรับเพิ่ม ให้คุณตรวจสอบเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า ว่าตกแต่งหรือมีให้ครบครันหรือขาดชิ้นไหน การเพิ่มการตกแต่งอาจจะเพิ่มต้นทุน แต่คุณสามารถนำต้นทุนนั้นมาเพิ่มมูลค่าและราคาเช่าได้</p>
<p>การตั้งราคาเช่าอย่างที่กล่าวไว้ตั้งแต่ต้นว่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ผลการตัดสินใจของผู้เช่า แต่อย่างไรก็ตาม พื้นที่ห้อง การตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า พร้อมกับการเข้าอยู่มากน้อยเพียงใด สภาพของโครงการ ทุกอย่างถือเป็นสิ่งที่มีผลต่อการตัดสินใจของผู้เช่าทั้งสิ้น</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
